หมอบคลานกราบไหว้[…แลธรรมเนียมที่] ในประเทศสยามนี้[ไทยผอง] เหนว่าเปนการกดขี่แก่กันแขงแรงนัก[พี่น้อง] ผู้น้อยที่ต้องหมอบคลานนั้น[นา] ๒ ได้ความเหน็จเหนื่อยลำบาก[เหงื่อหยด] เพราะจะให้ยศแก่ท่านผู้ใหญ่[เจ้าข้าฯ] ก็การทำยศที่ให้คนหมอบคลานกราบไหว้นี้[เป็นมา] ไม่ทรงเหนว่ามีประโยชน์[เลย]แก่บ้านเมืองแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใด
๓
ผู้น้อยที่ต้องมาหมอบคลานกราบไหว้[ลนลาน] ให้ยศต่อท่าน[นั้น]ผู้ที่เปนใหญ่ ก็ต้องทนลำบากอยู่จนสิ้นวาระของตนแล้ว[ไง] จึงจะได้ออกมาพ้นท่านผู้ที่เปนใหญ่[มิปาน]
๔
ธรรมเนียมอันนี้แลเหนว่าเปนต้นแห่งการที่ เปนการกดขี่แก่กันทั้งปวง[ชาวบ้าน] เพราะฉนั้นจึงจะต้องละพระราชประเพณีเดิม[ชั่วกาล] ที่ถือว่าหมอบคลานเปนการเคารพอย่างยิ่งในประเทศสยามนี้เสีย- [ด้วยทรงพระมหากรุณาที่จะให้ท่านทั้งหลายได้ความศุข ไม่ต้องทนยากลำบากหมอบคลานเหมือนอย่างแต่ก่อน…]
ประกาศเปลี่ยนธรรมเนียมใหม่ ราชกิจจานุเบกษา กรุงเทพมหานคร เล่มที่ ๑ วันจันทร์ เดือน ๘ แรมค่ำ ๑ ปีจอ ศก ๑๒๓๖
สามัญชน ชอบโก้งโค้ง
๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๙
📌🙏🌐🍊🍊🍊🍊🍊🍊🍊
https://x.gd/HRYP1
#ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ #ภูมิปัญญาผ้าไทย #สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ #เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี #นารีรัตนราชกัญญา #หัตถกรรมชุมชนภาคใต้ #ผ้าลายพระราชทาน #หอประชุมวชิราลงกรณ #มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
Matichon Online - มติชนออนไลน์ จำกัดคนที่สามารถแสดงความคิดเห็นต่อโพสต์นี้ได้
Matichon Online - มติชนออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2026 ·
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการ และการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทย และงานหัตถกรรมชุมชน ภาคใต้ และพระราชทานผ้าลายพระราชทาน "ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ" ประเภทผ้าบาติก ณ หอประชุมวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
โหมด AI ยกเลิก หมอบ กราบ
1. การยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2416)
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศยกเลิกธรรมเนียมการคลานหมอบกราบต่อหน้าพระที่นั่ง โดยเปลี่ยนเป็นการ "ยืน" และ "ถวายคำนับ" แทน
ทรงเห็นว่าเป็นการแสดงความกดขี่และทำให้บ้านเมืองดูไม่เจริญในสายตาอารยประเทศ ทรงต้องการให้สยามมีความเป็นสากลมากขึ้น
ทรงระบุในประกาศว่า "การหมอบคลานกราบไหว้เป็นข้อปฏิบัติที่กดขี่กันอย่างยิ่ง... ให้เปลี่ยนเป็นยืนและก้มศีรษะ"
2. การเปลี่ยนแปลงหลังการปฏิวัติ 2475
คณะราษฎร
เข้มงวดกับระเบียบปฏิบัติที่แสดงถึงลำดับชั้นทางสังคม[ลดชนชั้น]
ยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม
ส่งเสริมให้ใช้การกราบไหว้แบบสากล หรือ
การทำความเคารพแบบทหารในราชการแทนการหมอบกราบในที่สาธารณะ
3. การฟื้นฟูในสมัยรัชกาลที่ 9
ฟื้นฟู เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีและวัฒนธรรมไทย
ความเคารพรักและอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่สืบทอดกันมา
ปัจจุบัน
การหมอบกราบถือเป็น ระเบียบปฏิบัติทางวัฒนธรรม
เฉพาะในพระราชพิธี หรือ
การแสดงความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พระสงฆ์และผู้มีพระคุณ
ไม่ได้เป็นข้อบังคับในชีวิตประจำวัน
“…แลธรรมเนียมที่หมอบคลานกราบไหว้ในประเทศสยามนี้ เหนว่าเปนการกดขี่แก่กันแขงแรงนัก ผู้น้อยที่ต้องหมอบคลานนั้น ได้ความเหน็จเหนื่อยลำบาก เพราะจะให้ยศแก่ท่านผู้ใหญ่ ก็การทำยศที่ให้คนหมอบคลานกราบไหว้นี้ ไม่ทรงเหนว่ามีประโยชน์แก่บ้านเมืองแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย
ผู้น้อยที่ต้องมาหมอบคลานกราบไหว้ให้ยศต่อท่านผู้ที่เปนใหญ่นั้น ก็ต้องทนลำบากอยู่จนสิ้นวาระของตนแล้วจึงจะได้ออกมาพ้นท่านผู้ที่เปนใหญ่
ธรรมเนียมอันนี้แลเหนว่าเปนต้นแห่งการที่เปนการกดขี่แก่กันทั้งปวง เพราะฉนั้นจึงจะต้องละพระราชประเพณีเดิมที่ถือว่าหมอบคลานเปนการเคารพอย่างยิ่งในประเทศสยามนี้เสีย ด้วยทรงพระมหากรุณาที่จะให้ท่านทั้งหลายได้ความศุข ไม่ต้องทนยากลำบากหมอบคลานเหมือนอย่างแต่ก่อน…”
(อ้างจาก “ประกาศเปลี่ยนธรรมเนียมใหม่” ราชกิจจานุเบกษา กรุงเทพมหานคร เล่มที่ ๑ วันจันทร์ เดือน ๘ แรมค่ำ ๑ ปีจอ ศก ๑๒๓๖)
โหมด AI ยกเลิก หมอบ กราบ
1. การยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2416)
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศยกเลิกธรรมเนียมการคลานหมอบกราบต่อหน้าพระที่นั่ง โดยเปลี่ยนเป็นการ "ยืน" และ "ถวายคำนับ" แทน
ทรงเห็นว่าเป็นการแสดงความกดขี่และทำให้บ้านเมืองดูไม่เจริญในสายตาอารยประเทศ ทรงต้องการให้สยามมีความเป็นสากลมากขึ้น
ทรงระบุในประกาศว่า "การหมอบคลานกราบไหว้เป็นข้อปฏิบัติที่กดขี่กันอย่างยิ่ง... ให้เปลี่ยนเป็นยืนและก้มศีรษะ"
2. การเปลี่ยนแปลงหลังการปฏิวัติ 2475
คณะราษฎร
เข้มงวดกับระเบียบปฏิบัติที่แสดงถึงลำดับชั้นทางสังคม[ลดชนชั้น]
ยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม
ส่งเสริมให้ใช้การกราบไหว้แบบสากล หรือ
การทำความเคารพแบบทหารในราชการแทนการหมอบกราบในที่สาธารณะ
3. การฟื้นฟูในสมัยรัชกาลที่ 9
ฟื้นฟู เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีและวัฒนธรรมไทย
ความเคารพรักและอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่สืบทอดกันมา
ปัจจุบัน
การหมอบกราบถือเป็น ระเบียบปฏิบัติทางวัฒนธรรม
เฉพาะในพระราชพิธี หรือ
การแสดงความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พระสงฆ์และผู้มีพระคุณ
ไม่ได้เป็นข้อบังคับในชีวิตประจำวัน
“…แลธรรมเนียมที่หมอบคลานกราบไหว้ในประเทศสยามนี้ เหนว่าเปนการกดขี่แก่กันแขงแรงนัก ผู้น้อยที่ต้องหมอบคลานนั้น ได้ความเหน็จเหนื่อยลำบาก เพราะจะให้ยศแก่ท่านผู้ใหญ่ ก็การทำยศที่ให้คนหมอบคลานกราบไหว้นี้ ไม่ทรงเหนว่ามีประโยชน์แก่บ้านเมืองแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย
ผู้น้อยที่ต้องมาหมอบคลานกราบไหว้ให้ยศต่อท่านผู้ที่เปนใหญ่นั้น ก็ต้องทนลำบากอยู่จนสิ้นวาระของตนแล้วจึงจะได้ออกมาพ้นท่านผู้ที่เปนใหญ่
ธรรมเนียมอันนี้แลเหนว่าเปนต้นแห่งการที่เปนการกดขี่แก่กันทั้งปวง เพราะฉนั้นจึงจะต้องละพระราชประเพณีเดิมที่ถือว่าหมอบคลานเปนการเคารพอย่างยิ่งในประเทศสยามนี้เสีย ด้วยทรงพระมหากรุณาที่จะให้ท่านทั้งหลายได้ความศุข ไม่ต้องทนยากลำบากหมอบคลานเหมือนอย่างแต่ก่อน…”
(อ้างจาก “ประกาศเปลี่ยนธรรมเนียมใหม่” ราชกิจจานุเบกษา กรุงเทพมหานคร เล่มที่ ๑ วันจันทร์ เดือน ๘ แรมค่ำ ๑ ปีจอ ศก ๑๒๓๖)

.
ตอบลบการหมอบคลานกราบไหว้เป็นข้อปฏิบัติที่กดขี่กันอย่างยิ่ง... ให้
เปลี่ยนเป็นยืนและก้มศีรษะ : การยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2416
๑
หมอบคลานกราบไหว้[…แลธรรมเนียมที่]
ในประเทศสยามนี้[ไทยผอง]
เหนว่าเปนการกดขี่แก่กันแขงแรงนัก[พี่น้อง]
ผู้น้อยที่ต้องหมอบคลานนั้น[นา]
๒
ได้ความเหน็จเหนื่อยลำบาก[เหงื่อหยด]
เพราะจะให้ยศแก่ท่านผู้ใหญ่[เจ้าข้าฯ]
ก็การทำยศที่ให้คนหมอบคลานกราบไหว้นี้[เป็นมา]
ไม่ทรงเหนว่ามีประโยชน์[เลย]แก่บ้านเมืองแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใด
๓
ผู้น้อยที่ต้องมาหมอบคลานกราบไหว้[ลนลาน]
ให้ยศต่อท่าน[นั้น]ผู้ที่เปนใหญ่
ก็ต้องทนลำบากอยู่จนสิ้นวาระของตนแล้ว[ไง]
จึงจะได้ออกมาพ้นท่านผู้ที่เปนใหญ่[มิปาน]
๔
ธรรมเนียมอันนี้แลเหนว่าเปนต้นแห่งการที่
เปนการกดขี่แก่กันทั้งปวง[ชาวบ้าน]
เพราะฉนั้นจึงจะต้องละพระราชประเพณีเดิม[ชั่วกาล]
ที่ถือว่าหมอบคลานเปนการเคารพอย่างยิ่งในประเทศสยามนี้เสีย-
.
[ด้วยทรงพระมหากรุณาที่จะให้ท่านทั้งหลายได้ความศุข ไม่ต้องทนยากลำบากหมอบคลานเหมือนอย่างแต่ก่อน…]
.
ประกาศเปลี่ยนธรรมเนียมใหม่
ราชกิจจานุเบกษา กรุงเทพมหานคร เล่มที่ ๑ วันจันทร์ เดือน ๘ แรมค่ำ ๑ ปีจอ ศก ๑๒๓๖
.
สามัญชน ชอบโก้งโค้ง
๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๙
📌🙏🌐🍊🍊🍊🍊🍊🍊🍊
https://x.gd/HRYP1
#ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ #ภูมิปัญญาผ้าไทย #สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ #เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี #นารีรัตนราชกัญญา #หัตถกรรมชุมชนภาคใต้ #ผ้าลายพระราชทาน #หอประชุมวชิราลงกรณ #มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
.
#หมอบคลานกราบไหว้ […แลธรรมเนียมที่]
ตอบลบในประเทศสยามนี้[ไทยผอง]
เหนว่าเปนการกดขี่แก่กันแขงแรงนัก[พี่น้อง]
ผู้น้อยที่ต้องหมอบคลานนั้น[นา]
https://x.gd/HRYP1
ได้ความเหน็จเหนื่อยลำบาก[เหงื่อหยด]
เพราะจะให้ยศแก่ท่านผู้ใหญ่[เจ้าข้าฯ]📌🙏
ก็การทำยศที่ให้คนหมอบคลานกราบไหว้นี้[เป็นมา]ฯ