พาดทุกคอลัมน์

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

การหมอบคลานกราบไหว้เป็นข้อปฏิบัติที่กดขี่กันอย่างยิ่ง... ให้เปลี่ยนเป็นยืนและก้มศีรษะ : การยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2416

Matichon Online - มติชนออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2026 · สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการ และการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทย

หมอบคลานกราบไหว้[…แลธรรมเนียมที่] ในประเทศสยามนี้[ไทยผอง] เหนว่าเปนการกดขี่แก่กันแขงแรงนัก[พี่น้อง] ผู้น้อยที่ต้องหมอบคลานนั้น[นา] ๒ ได้ความเหน็จเหนื่อยลำบาก[เหงื่อหยด] เพราะจะให้ยศแก่ท่านผู้ใหญ่[เจ้าข้าฯ] ก็การทำยศที่ให้คนหมอบคลานกราบไหว้นี้[เป็นมา] ไม่ทรงเหนว่ามีประโยชน์[เลย]แก่บ้านเมืองแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใด

ผู้น้อยที่ต้องมาหมอบคลานกราบไหว้[ลนลาน] ให้ยศต่อท่าน[นั้น]ผู้ที่เปนใหญ่ ก็ต้องทนลำบากอยู่จนสิ้นวาระของตนแล้ว[ไง] จึงจะได้ออกมาพ้นท่านผู้ที่เปนใหญ่[มิปาน]

ธรรมเนียมอันนี้แลเหนว่าเปนต้นแห่งการที่ เปนการกดขี่แก่กันทั้งปวง[ชาวบ้าน] เพราะฉนั้นจึงจะต้องละพระราชประเพณีเดิม[ชั่วกาล] ที่ถือว่าหมอบคลานเปนการเคารพอย่างยิ่งในประเทศสยามนี้เสีย- [ด้วยทรงพระมหากรุณาที่จะให้ท่านทั้งหลายได้ความศุข ไม่ต้องทนยากลำบากหมอบคลานเหมือนอย่างแต่ก่อน…]

ประกาศเปลี่ยนธรรมเนียมใหม่ ราชกิจจานุเบกษา กรุงเทพมหานคร เล่มที่ ๑ วันจันทร์ เดือน ๘ แรมค่ำ ๑ ปีจอ ศก ๑๒๓๖
 
สามัญชน ชอบโก้งโค้ง
๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๙
📌🙏🌐🍊🍊🍊🍊🍊🍊🍊
https://x.gd/HRYP1
#ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ #ภูมิปัญญาผ้าไทย #สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ #เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี #นารีรัตนราชกัญญา  #หัตถกรรมชุมชนภาคใต้ #ผ้าลายพระราชทาน  #หอประชุมวชิราลงกรณ #มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี


Matichon Online - มติชนออนไลน์ จำกัดคนที่สามารถแสดงความคิดเห็นต่อโพสต์นี้ได้

Matichon Online - มติชนออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2026 ·
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการ และการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทย และงานหัตถกรรมชุมชน ภาคใต้ และพระราชทานผ้าลายพระราชทาน "ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ" ประเภทผ้าบาติก ณ หอประชุมวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

โหมด AI ยกเลิก หมอบ กราบ

1. การยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2416)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศยกเลิกธรรมเนียมการคลานหมอบกราบต่อหน้าพระที่นั่ง โดยเปลี่ยนเป็นการ "ยืน" และ "ถวายคำนับ" แทน

ทรงเห็นว่าเป็นการแสดงความกดขี่และทำให้บ้านเมืองดูไม่เจริญในสายตาอารยประเทศ ทรงต้องการให้สยามมีความเป็นสากลมากขึ้น

ทรงระบุในประกาศว่า "การหมอบคลานกราบไหว้เป็นข้อปฏิบัติที่กดขี่กันอย่างยิ่ง... ให้เปลี่ยนเป็นยืนและก้มศีรษะ"

2. การเปลี่ยนแปลงหลังการปฏิวัติ 2475

คณะราษฎร
เข้มงวดกับระเบียบปฏิบัติที่แสดงถึงลำดับชั้นทางสังคม[ลดชนชั้น]
ยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม
ส่งเสริมให้ใช้การกราบไหว้แบบสากล หรือ
การทำความเคารพแบบทหารในราชการแทนการหมอบกราบในที่สาธารณะ

3. การฟื้นฟูในสมัยรัชกาลที่ 9

ฟื้นฟู เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีและวัฒนธรรมไทย
ความเคารพรักและอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่สืบทอดกันมา

ปัจจุบัน
การหมอบกราบถือเป็น ระเบียบปฏิบัติทางวัฒนธรรม

เฉพาะในพระราชพิธี หรือ
การแสดงความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พระสงฆ์และผู้มีพระคุณ
ไม่ได้เป็นข้อบังคับในชีวิตประจำวัน
“…แลธรรมเนียมที่หมอบคลานกราบไหว้ในประเทศสยามนี้ เหนว่าเปนการกดขี่แก่กันแขงแรงนัก ผู้น้อยที่ต้องหมอบคลานนั้น ได้ความเหน็จเหนื่อยลำบาก เพราะจะให้ยศแก่ท่านผู้ใหญ่ ก็การทำยศที่ให้คนหมอบคลานกราบไหว้นี้ ไม่ทรงเหนว่ามีประโยชน์แก่บ้านเมืองแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย

ผู้น้อยที่ต้องมาหมอบคลานกราบไหว้ให้ยศต่อท่านผู้ที่เปนใหญ่นั้น ก็ต้องทนลำบากอยู่จนสิ้นวาระของตนแล้วจึงจะได้ออกมาพ้นท่านผู้ที่เปนใหญ่

ธรรมเนียมอันนี้แลเหนว่าเปนต้นแห่งการที่เปนการกดขี่แก่กันทั้งปวง เพราะฉนั้นจึงจะต้องละพระราชประเพณีเดิมที่ถือว่าหมอบคลานเปนการเคารพอย่างยิ่งในประเทศสยามนี้เสีย ด้วยทรงพระมหากรุณาที่จะให้ท่านทั้งหลายได้ความศุข ไม่ต้องทนยากลำบากหมอบคลานเหมือนอย่างแต่ก่อน…”

(อ้างจาก “ประกาศเปลี่ยนธรรมเนียมใหม่” ราชกิจจานุเบกษา กรุงเทพมหานคร เล่มที่ ๑ วันจันทร์ เดือน ๘ แรมค่ำ ๑ ปีจอ ศก ๑๒๓๖)

2 ความคิดเห็น:

  1. .
    การหมอบคลานกราบไหว้เป็นข้อปฏิบัติที่กดขี่กันอย่างยิ่ง... ให้
    เปลี่ยนเป็นยืนและก้มศีรษะ : การยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2416

    หมอบคลานกราบไหว้[…แลธรรมเนียมที่]
    ในประเทศสยามนี้[ไทยผอง]
    เหนว่าเปนการกดขี่แก่กันแขงแรงนัก[พี่น้อง]
    ผู้น้อยที่ต้องหมอบคลานนั้น[นา]

    ได้ความเหน็จเหนื่อยลำบาก[เหงื่อหยด]
    เพราะจะให้ยศแก่ท่านผู้ใหญ่[เจ้าข้าฯ]
    ก็การทำยศที่ให้คนหมอบคลานกราบไหว้นี้[เป็นมา]
    ไม่ทรงเหนว่ามีประโยชน์[เลย]แก่บ้านเมืองแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใด

    ผู้น้อยที่ต้องมาหมอบคลานกราบไหว้[ลนลาน]
    ให้ยศต่อท่าน[นั้น]ผู้ที่เปนใหญ่
    ก็ต้องทนลำบากอยู่จนสิ้นวาระของตนแล้ว[ไง]
    จึงจะได้ออกมาพ้นท่านผู้ที่เปนใหญ่[มิปาน]

    ธรรมเนียมอันนี้แลเหนว่าเปนต้นแห่งการที่
    เปนการกดขี่แก่กันทั้งปวง[ชาวบ้าน]
    เพราะฉนั้นจึงจะต้องละพระราชประเพณีเดิม[ชั่วกาล]
    ที่ถือว่าหมอบคลานเปนการเคารพอย่างยิ่งในประเทศสยามนี้เสีย-
    .
    [ด้วยทรงพระมหากรุณาที่จะให้ท่านทั้งหลายได้ความศุข ไม่ต้องทนยากลำบากหมอบคลานเหมือนอย่างแต่ก่อน…]
    .
    ประกาศเปลี่ยนธรรมเนียมใหม่
    ราชกิจจานุเบกษา กรุงเทพมหานคร เล่มที่ ๑ วันจันทร์ เดือน ๘ แรมค่ำ ๑ ปีจอ ศก ๑๒๓๖
    .
    สามัญชน ชอบโก้งโค้ง
    ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๙
    📌🙏🌐🍊🍊🍊🍊🍊🍊🍊
    https://x.gd/HRYP1
    #ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ #ภูมิปัญญาผ้าไทย #สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ #เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี #นารีรัตนราชกัญญา #หัตถกรรมชุมชนภาคใต้ #ผ้าลายพระราชทาน #หอประชุมวชิราลงกรณ #มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
    .

    ตอบลบ
  2. #หมอบคลานกราบไหว้ […แลธรรมเนียมที่]
    ในประเทศสยามนี้[ไทยผอง]
    เหนว่าเปนการกดขี่แก่กันแขงแรงนัก[พี่น้อง]
    ผู้น้อยที่ต้องหมอบคลานนั้น[นา]
    https://x.gd/HRYP1
    ได้ความเหน็จเหนื่อยลำบาก[เหงื่อหยด]
    เพราะจะให้ยศแก่ท่านผู้ใหญ่[เจ้าข้าฯ]📌🙏
    ก็การทำยศที่ให้คนหมอบคลานกราบไหว้นี้[เป็นมา]ฯ

    ตอบลบ